บ้าน เชียงใหม่ | ขายบ้าน เชียงใหม่ | บ้านเดี่ยว เชียงใหม่ | บ้านเดี่ยวมือสอง เชียงใหม่ | ที่ดิน เชียงใหม่ | ซื้อขายที่ดิน เชียงใหม่ | คอนโดมือสอง เชียงใหม่

header introduction
ขายบ้าน บ้านให้เช่า คอนโดให้เช่า ขายที่ดิน ขายคอนโด ขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า บ้านหรู บ้านให้เช่าระยะสั้น
Last updated: by
Indigo's Admin

ปัจจุบันเม้จังหวัดเชียงใหม่จะประสบภัยธรรมชาติหนักบาง เบาบางตามพื้นที่ต่างๆ แต่ทรัพยากรธรรมชาติที่ยังค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน ประกอบกับการขยายตัวของเมืองและมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นรองรับ อีกทั้งค่าครองชีพที่ไม่สูงนักของเชียงใหม่ในปัจจุบัน ส่งผลให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวและลงหลักปักฐานอยู่ที่เชียงใหม่มากขึ้น ทำให้ตลาดธุรกิจขายบ้าน เชียงใหม่หรืออสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่เติบโตขึ้นตามลำดับ

คุณ Alice Young ผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพทย์รุ่นใหม่ เล่าให้ทีมงานฟังว่า บ.อินดิโก้เป็นอีกหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่และครอบคลุมโซนภาคเหนือ รับฝาก ขาย-เช่า คอนโดมิเนียมและที่ดิน ได้แบ่งปันถึงคุณลักษณะของบ้าน การเลือกหรือออกแบบบ้านและเสน่ห์ของธุรกิจที่อยู่อาศัย

ออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับอากาศเมืองไทย

หน้าร้อนนี้เรียกได้ว่าหนักหนาสาหัสกันเลยสำหรับคนที่วางแผนปลูกบ้านใหม่คงต้องเตรียมตัวรอบรับให้ดีว่าจะออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ (Tropical Zone) แบบบ้านเราอย่างไร มีแนวคิดกว้างๆ อยู่ 4 ข้อคือ
  1. จัดวางผังอาคารอย่างเหมาะสม

    หมายถึง การจัดวางตัวบ้านให้ถูกทิศถูกทางเพื่อให้บานหลบแดด รับลม ประเทศเราจะมีลมประจำถิ่นคือ ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดตามฤดูกาล การจัดวางตำแหน่งหอ้องในส่วนนี้จะได้รับลมค่อนข้างดี แต่จะมีความร้อนเข้ามาด้วยเหมือนกัน ควรจะมีส่วนที่บังหรือให้ร่วมเงากับตัวบ้านเพื่อกันความร้อน

    ถ้าเป็นห้องนอนควรมีระเบียงยื่นยาว ส่วนด้านทิศตะวันตกจะเป้นด้านที่รับแดดบ่ายตลอดปี เป็นด้านที่มีความร้อนสูงมาก ควรวางตำแหน่งเป็นโรงรถ ห้องเก็บของหรือห้องที่ใช้งานในระยะเวลาสั้นๆ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ทิศตะวันออกรับแดดในช่วงเช้า ร้อนในช่วงสายๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้น พอเที่ยงไปแล้วแดดจะเย็นลงและให้ร่มเงาเหมาะสมที่จะเป็นห้องนอนที่สุด ส่วนทิศเหนือเป้นด้านที่ให้ร่วมเงาเกือบตลอดทั้งปี เหมาะที่จะเป็นห้องที่มีการใช้งานมากในตอนกลางวัน จะเป็นห้องพักผ่อน ห้องรับประทานอาหารหรือห้องรับแขก

  2. ทำหลังคาทรงสูงเพื่อระบายอากาศ

    โดยหลักการแสงแดดที่ส่องลงมาที่ตัวบ้าน หลังคาจะเป็นส่วนแรกที่รับความร้อนและเป็นส่วนที่มีพื้นที่ค่อนข้างมาก ปริมาณความร้อนเมื่อส่องลงมาที่หลังคาที่สูง และจะถ่ายเทความร้อนมาที่ใต้หลังคาความร้อนก็จะมาสะสมอยู่ในโถงหลังคา  และถ่ายเทความร้อนปริมาณมากลงสู่ฝ้าเพดานและห้องที่อยู่ด้านล่าง เฉพาะฉะนั้นในหลักการออกแบบที่ดีจะมีส่วนที่ทำให้ความร้อนลดลงและถ่ายเทได้ดีต้องออกแบบให้หลังคาลาดเอียงประมาณ 30 -45 องศา ทำให้ใต้หลังคามีพื้นที่มากขึ้น ส่วนการระบายอากาศร้อนออกไป มีวิธีการดังนี้คือ ทำชายคารอบนอกของบ้านให้มีรูระบายอากาศ เพื่อเหนี่ยวนำความร่มเย้นไปไล่ลมร้อนออกจากใต้หลังคา แต่ถ้าเราทำช่องเกล็ดไม้ระบายอากาศที่บริเวณหน้าจั่วของบ้านทั้งสองด้าน ก็จะทำให้บ้านเย็นขึ้น

  3. ยื่นชายคาเพื่อกันแดดกันฝน

    นอกจากหลังคาที่รับแดดแล้ว ยังมีอีกส่วนหนึ่งคือผนังที่เป็นพื้นที่รับแดดเช่นกัน จึงควรหาวิธีป้องกันด้วยการทำให้บ้านในส่วนของผนังที่เมื่อแสงแดดสาดส่องลงมาแล้วจะได้รับแสดงน้อยที่สุด โดยทำชายคาบยื่นออกจากตัวบ้านเพื่อป้องกัน โดยปกติถ้ามีส่วนยื่นชายคาควรยื่นอย่างน้อย 1.20-1.5 ม.ในแนวระนาบไม่ควรน้อยกว่านี้ จะสามารถป้องกันแดดและยังป้องกันสายฝนที่จะสดเข้ามาที่ผนังและหน้าต่าง นอกจากนี้ ยังช่วยให้ยืดอายุการใช้งานของสีที่ใช้ทาผนังได้อีกด้วย
  4. กำหนดช่องเปิดอาคาร

    นั่นก็คือประตูและหน้าต่าง อย่างแรกที่วครคำนึงถึงคือ ขนาดและตำแหน่งว่าจะวางตำแหน่งใด ตัวอย่างถ้าเป็นทิศตะวันตกก็ไม่ควรมีช่องเปิดมากนัก เช่น การที่มีหน้าต่างสูงยาวจากพื้นถึงเพดาน เพราะจะทำให้แสดงแดดแผ่รังสีความร้อนเข้ามาทำให้ห้องเกิดการสะสมความร้อนมากขึ้น ทำให้อยู่ไม่สบายและทำให้เปลือค่าไฟในการใช้เครื่องปรับอกาศและเมื่อเปิดให้ลมเข้าควรมีทิศทางให้ลมอกด้วย จะช่วยให้อากาศไหลเวียได้ดียิ่งขึ้น